“โอ๋ เพชรลดา” ควง ฟิวส์ กิตติศักดิ์ ลองชุดเจ้าสาวแล้ว

"โอ๋ เพชรลดา" ควง ฟิวส์ กิตติศักดิ์ ลองชุดเจ้าสาวแล้ว

           เป็นอีกคู่รักมาราธอนของคนวงการบันเทิง ดาราสาวหน้าหวาน โอ๋ เพชรลดา และแฟนหนุ่มอดีตนักแสดง ที่ผันตัวเองมาเป็นผู้กำกับ ฟิวส์ กิตติศักดิ์ หลังจากบ่มความรักมานานกว่า 9 ปี ล่าสุดมีภาพโอ๋และฟิวส์ ควงกันเข้าไปที่สตูดิโอถ่ายภาพเวดดิ้งชื่อดัง “ฟินาเล่” เตรียมตัวสละโสดอย่างเป็นทางการ ได้ฤกษ์ดีเข้าไปลองชุดเจ้าบ่าวเจ้าสาวเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ซึ่งเดือนก่อนฟิวส์ก็เพิ่งอวยพรวันเกิดโอ๋ด้วยข้อความหวานที่ดูแลกันมาตลอด “ขอบคุณสำหรับทุกๆอย่างนะคะโอ๋ ขอบคุณที่ดูแลกันมาตลอด วันเกิดปีนี้ขอให้โอ๋มีความสุขมากๆ มีรอยยิ้มเสียงหัวเราะ และสมหวังในสิ่งที่ตั้งใจ อ้วนจะคอยเดินอยู่เคียงข้างและจับมือตลอดไปนะคะที่รัก HBD..my love…”

ที่มา:sanook

สาวสานฝันเรียนต่อแพทย์เมืองนอก เปิดประมูลพรหมจรรย์เริ่มต้นเกือบ 6 ล้าน !!

ประมูลพรหมจรรย์

นักศึกษาสาวชาวรัสเซียสานฝันเรียนต่อต่างประเทศ ด้วยการเปิดประมูลพรหมจรรย์บนโลกออนไลน์ ราคาประมูลเริ่มต้นสูงลิ่วเกือบ 6 ล้านบาท !!

รายงานจากเว็บไซต์เดลี่เมล ระบุว่า สาวรายนี้เธอมีนามว่า อะเรียน่า เป็นนักศึกษาหน้าตาจิ้มลิ้มวัย 20 ปี เธอกำลังหาเงินก้อนโตเพื่อใช้เป็นทุนการศึกษาต่อต่างประเทศ และเลือกที่จะใช้วิธีขายพรหมจรรย์ตัวเองให้กับผู้ชนะประมูล

ประมูลพรหมจรรย์

อะเรียน่า เปิดเผยว่า “มีนักศึกษามากมายต้องเผชิญปัญหาหลายอย่างระหว่างการเรียน คุณต้องทำงานไปด้วยเพื่อนำเงินมาจ่ายค่าเล่าเรียนของตัวเอง ฉันเองอยากจะไปศึกษาต่อด้านการแพทย์ที่ต่างประเทศ ดังนั้นค่าเล่าเรียนจะแพงมาก และค่าเช่าห้องก็สูงเช่นกัน ฉันพอจะนึกออกเลยว่าการใช้ชีวิตในต่างประเทศนั้นเป็นสิ่งที่ไม่ง่ายเลย เพราะฉะนั้นฉันเลยต้องการเงินทุน เพื่อให้ฉันได้เรียนแพทย์ และการประมูลพรหมจรรย์ตัวเองก็เป็นหนทางที่ง่ายที่สุดที่จะทำให้ฉันได้เงินก้อนในเวลาอันรวดเร็ว”

อะเรียน่าเผยอีกว่าเธอลองมองหาวิธีอื่นแล้ว แต่ด้วยความที่ครอบครัวไม่ได้รวย และรัสเซียเองก็ไม่มีทุนสนับสนุนให้นักศึกษาไปเรียนเมืองนอก เธอเลยไม่มีตัวเลือกอื่น การตัดสินใจทำแบบนี้ไม่ใช่เรื่องผิดสำหรับเธอ เธอเองเติบโตมาจนวันนี้ก็ยังไม่เคยมีแฟน ดังนั้นเธอจะทำอะไรกับตัวเองก็ได้

ประมูลพรหมจรรย์

“ฉันเป็นสาวโสดที่มีอิสระและสามารถทำอะไรก็ได้ที่ต้องการ เชื่อฉันเถอะ ฉันคิดนานและคิดหนักมากก่อนที่จะตัดสินใจแบบนี้” พร้อมเผยว่าตัวเธอเองอยากจะมีความรักดี ๆ มานาน แต่แล้วเธอก็ไม่เคยได้สัมผัสเลย เพราะฉะนั้นทำไมเธอจะต้องเก็บความบริสุทธิ์ไว้มอบให้กับคนคนนั้น และทำไมเธอจะต้องมอบพรหมจรรย์ให้กับคนที่วันหนึ่งอาจจะทิ้งเธอไปได้

ทั้งนี้อะเรียน่าเริ่มต้นราคาประมูลที่ 150,000 ยูโร (ราว 5.8 ล้านบาท) และนอกจากอะเรียน่าแล้ว โลลิตา เพื่อนของเธอเองก็ยังขายพรหมจรรย์โดยเริ่มต้นในราคาเท่ากันด้วย แต่จะด้วยเหตุผลเดียวกันหรือไม่นั้น ไม่มีใครทราบได้

ประมูลพรหมจรรย์

แน่นอนว่าหลังจากอะเรียน่า เปิดประมูลพรหมจรรย์ของตัวเองพร้อมเหตุผลที่ดูสวยหรูแล้ว ประเด็นนี้ก็กลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันไม่น้อยบนโลกออนไลน์ โดยหลายคนมีความเห็นว่าเธอช่างกล้ามากจริง ๆ ที่เปิดประมูลพรหมจรรย์ราคาสูงลิ่วขนาดนี้ ทั้งที่ไม่ได้เป็นเซเลบริตี้หรือดูมีอะไรพิเศษกว่าสาว ๆ ทั่วไปเลย และสุดท้ายยังไงเธอก็คือหญิงขายบริการดี ๆ นี่เอง

ที่มา:kapook

รู้ตัวแล้ว หญิงสาววัย 30 ปีถูกฆ่าเปลือยหมกป่าเป็นใคร คาด คนร้ายจัดฉาก

รู้ตัวแล้ว ! หญิงสาววัย 30 ปีถูกฆ่าเปลือยหมกป่าเป็นใคร คาด คนร้ายจัดฉาก

         รู้ตัวแล้ว ! หญิงสาววัย 30 ปีถูกฆ่าเปลือยหมกป่าเป็นใคร คาด จัดฉากถูกข่มขืน หวังอำพรางคดี แถมกล้องวงจรปิดจับภาพได้ออกไปกับชายคนหนึ่งก่อนตาย

จากกรณีที่พบศพหญิงสาวอายุประมาณ 30 ปี ถูกฆ่าเปลือยท่อนล่าง ทิ้งศพไว้ที่ป่าหญ้าข้างทาง อ.บางปะกอง จ.ฉะเชิงเทรา ตามที่เสนอข่าวไปนั้น

ล่าสุด เมื่อวันที่ 27 กันยายน 2559 เว็บไซต์ช่อง 8 รายงานว่า ตำรวจ สภ.บางปะกง รู้ตัวแล้วว่าหญิงสาวคนดังกล่าวเป็นใคร เบื้องต้นทำงานอยู่ที่อาบอบนวดแห่งหนึ่งที่ จ.ชลบุรี มีหลักฐานจากกล้องวงจรปิดว่าออกไปกับชายคนหนึ่ง ก่อนที่จะพบเป็นศพ

เบื้องต้น ตำรวจคาดว่า เป็นการนำศพมาทิ้ง จัดฉากลักษณะถูกข่มขืน และผลการชันสูตร ก็ไม่พบร่องรอยการข่มขืนแต่อย่างใด มีลักษณะเหมือนถูกบีบคอให้ขาดอากาศมากกว่า

รู้ตัวแล้ว ! หญิงสาววัย 30 ปีถูกฆ่าเปลือยหมกป่าเป็นใคร คาด คนร้ายจัดฉาก

ที่มา:kapook

ลูกค้าชาวจีนหอบเหรียญหนักกว่า 20 กิโลกรัม ไปซื้อ iPhone 7

ลูกค้าชาวจีนหอบเหรียญหนักกว่า 20 กิโลกรัม ไปซื้อ iPhone 7

          27 ก.ย.) เว็บไซต์ข่าวประเทศจีนได้เผยแพร่ภาพเงินเหรียญจำนวนมาก ที่ลูกค้าท่านหนึ่งหอบไปซื้อโทรศัพท์ iPhone 7 ที่ร้านขายโทรศัพท์แห่งหนึ่งในเมืองเฉิงตู มณฑลเสฉวน จนมีชาวเน็ตเข้าไปแสดงความคิดเห็นกันมากมาย

เมื่อวันที่ 25 ก.ย.ที่ผ่านมา ลูกค้าชาวจีนคนหนึ่งนำเงินเหรียญหนักกว่า 20 กิโลกรัม ไปร้านขายโทรศัพท์มือถือเพื่อซื้อโทรศัพท์ iPhone 7 โดยลูกค้าท่านนี้นำเงินเหรียญมาเรียงกัน แล้วห่อด้วยกระดาษทำเป็นแท่งๆ ซึ่งมีเงินเหรียญทั้งหมด 76 แท่ง แท่งละ 50 หยวน (ประมาณ 259 บาท) รวมเป็นเงินทั้งหมด 3,800 หยวน (ประมาณ 19,746 บาท)

ที่มา:sanook

ชาวเน็ตฮือฮา ผู้ประกวด The Face 3 สวยมั่นชื่อแปลก แก้มก้น !!

แก้มก้น The Face Thailand 3

The Face Thailand เผยรายชื่อผู้ประกวดในซีซั่นที่ 3 แล้ว งานนี้ทำชาวเน็ตฮือฮาเจอคนชื่อเล่นว่า “แก้มก้น” ด้านทีมงานยืนยันเป็นชื่อของเธอจริง ๆ

เป็นรายการเฟ้นหานางแบบหน้าใหม่ที่หลายคนกำลังตั้งหน้าตั้งตารอทีเดียว สำหรับรายการThe Face Thailand Season 3 ที่ล่าสุด (25 กันยายน 2559) ก็ได้ทยอยเปิดเผยรายชื่อและหน้าตาของ 50 สาวผู้เข้าแข่งขันในซีซั่นที่ 3 แล้ว ซึ่งแต่ละคนก็ได้รับกระแสตอบรับแบบไม่น้อยหน้ากัน แถมบางรายยังมีแฟนคลับเป็นของตัวเองตั้งแต่รายการยังไม่ออนแอร์อีกด้วย

แต่งานนี้คนที่ได้รับความสนใจจากชาวเน็ตมากที่สุดคงหนีไม่พ้นผู้เข้าประกวด สาวสวยสุดมั่นชื่อ ญาณิศา คำเนียม ที่ทำเอาหลายคนฮือฮาเพราะชื่อเล่นสุดแปลกของเธออย่าง “แก้มก้น” จนหลายคนถามว่านี่คือชื่อของเธอจริง ๆ ใช่ไหม ซึ่งทางทีมงานรายการ The Face Thailand ก็ได้ออกมายืนยันว่าเป็นชื่อของเธอจริง ๆ ก็ยิ่งสร้างความแปลกใจให้ชาวเน็ตว่าสมัยนี้มีแต่คนชื่อล้ำจริง ๆ

แก้มก้น The Face Thailand 3

เอ้า ! ส่วนใครที่เป็นแฟนรายการ The Face Thailand ก็รอชมตอนแรกในวันที่ 29 ตุลาคมนี้ ทางช่อง 3 ได้เลย

แก้มก้น The Face Thailand 3

แก้มก้น The Face Thailand 3

แก้มก้น The Face Thailand 3

ที่มา:kapook

สลด นักศึกษาร่ำไห้ พ่อโทร. มาลา แต่รุ่นพี่ไม่ให้กลับ สุดท้ายพ่อผูกคอเสียชีวิต

ฆ่าตัวตาย
              นักศึกษาร่ำไห้ พ่อโทร. หาพูดเป็นลาง บอกลาก่อน ขณะกำลังซ้อมเชียร์ ร้อนใจจะขอกลับ แต่รุ่นพี่ไม่อนุญาต สุดท้ายพ่อผูกคอเสียชีวิตคาบ้าน

              เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2559 รายการคับข่าวครบประเด็น ทางช่อง MCOT HD รายงานข่าวสะเทือนใจที่ จ.สมุทรสงคราม นายอำนวย สละอุบล อายุ 41 ปี อาชีพขับรถรับจ้างบรรทุกหินใน ต.บางจะเกร็ง ผูกคอกับขื่อบ้าน สูงประมาณ 3 เมตร เสียชีวิต ภายในห้องพบเปิดโทรทัศน์-พัดลมทิ้งไว้ ใกล้ ๆ ตัวมีโทรศัพท์มือถือ และมีขวดเหล้าวางอยู่บนโต๊ะด้วย

ฆ่าตัวตาย
              จากการสอบถามพี่สาวของนายอำนวย ทราบว่า เมื่อคืนผู้ตายคุยโทรศัพท์กับตัวเอง แล้วก็ตัดพ้อน้อยใจภรรยาที่แยกทางกันอยู่ เพราะมีปากเสียงกัน สาเหตุมาจากเรื่องที่ผู้ตายชอบดื่มสุราเป็นประจำ แล้วก็มีการบ่นว่าคิดถึงลูกสาว ซึ่งลูกสาวอายุ 18 ปี เรียนอยู่ที่ จ.เพชรบุรี อีกทั้งยังมีการพูดคล้าย ๆ จะเป็นการอำลาด้วย

              ด้านลูกสาวเมื่อเดินทางกลับมาถึงบ้าน ก็ร้องไห้อย่างหนัก จนญาติ ๆ ต้องปลอบว่า “พ่อไปสบายแล้วนะลูก” ทั้งนี้เจ้าตัวเผยว่า เมื่อคืนก่อนเกิดเหตุ พ่อโทร. มาหาตอนที่ตนกำลังซ้อมเชียร์ ซึ่งก็มีเวลาพูดกับพ่อไม่เยอะ แต่พูดคำท้าย ๆ เหมือนกับว่าจะลาก่อน ตนก็ร้อนใจจะขอกลับบ้าน แต่พี่ ๆ ที่ชมรมยังไม่อนุญาตให้กลับบ้าน

              จากการสอบสวนเบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานว่า ผู้ตายน่าจะเกิดความเครียด เพราะอยู่คนเดียว แยกทางกับภรรยา ทำให้เกิดอาการซึมเศร้า คิดมาก จึงอาจจะเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้คิดสั้นดังกล่าว

ฆ่าตัวตาย

ที่มา:sanook

ก้อย ภรรยา ดอม เหตระกูล เมินข่าวสามีกิ๊ก แคท ย้ำขาเตียงยังแข็งแรง

ก้อย ภรรยา ดอม เหตระกูล เมินข่าวสามีกิ๊ก แคท ย้ำขาเตียงยังแข็งแรง

          ดอม เหตระกูล ควงภรรยา ย้ำความรัก 15 ปี ยังแข็งแรง ก้อย เผยไม่เคยสนใจข่าวลือสามีกิ๊ก แคทรียา อิงลิช เพราะเชื่อใจกัน

         ยังคงโดนจับตาเรื่องความสัมพันธ์ไม่เลิก สำหรับนักแสดงหนุ่ม ดอม เหตระกูล ที่มักมีข่าวว่ากิ๊กกั๊กกับนักร้องสาว แคทรียา อิงลิช จนทำให้ขาเตียงสั่นคลอน และมีภาพหลุดทั้งคู่ไปไหนมาไหนด้วยกันบ่อย ๆ แต่เจ้าตัวก็ออกมาเคลียร์เรื่อย ๆ ว่าไม่ได้มีอะไรในกอไผ่และเป็นแค่เพื่อนสนิทกันเท่านั้น

         ล่าสุด (25 กันยายน 2559) ดอม เหตระกูล ได้ควงคุณภรรยา ก้อย ศศิลักษณ์ มาตอกย้ำความหวานกันให้ชัด ๆ เลยว่า ขาเตียงยังแข็งแรงแน่นอน โดยสาวก้อย ยังเผยด้วยว่า ไม่เคยสนใจและแทบไม่ได้ติดตามข่าวอะไรเลย เพราะเชื่อใจในตัวสามี ถึงแม้ชีวิตคู่กว่า 15 ปีจะหวานน้อยลงบ้าง แต่ก็ยังดูแลกันและกันเหมือนเดิม โดยทุ่มเทความรักให้กับลูกสาว น้องดมิสา เป็นอย่างดี เรื่องข่าวไม่สามารถบั่นทอนชีวิตคู่ได้เลย

ก้อย ภรรยา ดอม เหตระกูล เมินข่าวสามีกิ๊ก แคท ย้ำขาเตียงยังแข็งแรง

ก้อย ภรรยา ดอม เหตระกูล เมินข่าวสามีกิ๊ก แคท ย้ำขาเตียงยังแข็งแรง

ที่มา:kapok

รวมดราม่า ที่มาของฉายา “เกิดเป็นใหม่หายใจก็ผิด”

รวมดราม่า ที่มาของฉายา “เกิดเป็นใหม่หายใจก็ผิด”

     ในปี 2016 นี้ถือว่าเป็นปีทองของดาราหลายๆ คนเลย และถ้าถามถึงดารานักแสดงสาวที่โดดเด่นในปีนี้  เชื่อว่าต้องมีชื่อของนางเอกพันล้านใหม่ – ดาวิกา โฮร์เน่ แน่นอน เพราะทั้งผลงานและกระแสวิพากษ์เกี่ยวกับเธอดูเหมือนจะร้อนแรงฮอตฉ่าไปเสียหมด จนได้ฉายาแบบไม่ได้ตั้งใจว่า “เกิดเป็นใหม่หายใจก็ผิด” ส่วนเรื่องราวดราม่าที่มาของฉายานี้จะเป็นอย่างไรบ้างนั้น จะพาไปย้อนรอยกัน

เริ่มต้นด้วยกระแสดราม่าแรกที่เรียกได้ว่าน่าจะเป็นจุดเริ่มต้นเลยก็ว่าได้ กับการออกมาแถลงข่าวจบสัญญากับช่อง 7ของสาวใหม่ และการโพสต์ข้อความขอบคุณค่ายหนังอารมณ์ดีอย่าง GTH ที่สร้างชื่อให้เธอเป็นนางเอกพันล้าน พร้อมๆ กับกระแสการไม่ไปร่วมงานครบรอบ 49 ปีของช่อง 7 จึงทำให้ถูกพิพากษ์วิจารณ์ไปต่างๆ นานาถึงเรื่องของความเหมาะสมและความกตัญญูของเธอ

ผ่านไปไม่นานก็มีเรื่องต่อมาซึ่งโดนกระแสหนักไม่แพ้กัน กับการที่ดีไซเนอร์ไทยต่างออกมาโพสรูปสตรอว์เบอร์รี่ จนคนโยงไปถึงตัวเธอที่ใส่ชุดแบรนด์ดังแล้วลืมใส่เครดิตให้นั่นเอง เรื่องราวบานปลายจน IG นั้นลุกเป็นไฟ แต่สุดท้ายสาวใหม่ก็ออกมาขอโทษอย่างเป็นทางการแล้วสำหรับเรื่องนี้

ต่อเนื่องจากเรื่องห้องเสื้อก็ตามมาติดๆ กับการโดนนำไปเปรียบเทียบเรื่องแฟชั่นเมืองคานส์กับดารารุ่นพี่อย่าง ชมพู่ อารยา ที่ทั้งคู่ต่างก็เดินทางไปเมืองคานส์เพื่อบทบาทที่ต่างกัน แต่ก็ไม่วายโดนนำมาเปรียบเทียบอยู่ดี

สำหรับเรื่องโดนเปรียบเทียบกับชมพู่ ก็มีให้เห็นกันอยู่เรื่อยๆ จนดูจะเป็นกระแสทุกทีที่ทั้งสองออกมาเคลื่อนไหวทำอะไรก็ตาม เพราะล่าสุดขนาดแค่ลงปกหนังสือคนละหัวก็ยังถูกโยงเข้ามาเป็นดราม่าอีกจนได้

และนี่ก็เป็นเรื่องราวทั้งหมดของฉายา “เกิดเป็นใหม่หายใจก็ผิด” ก็น่าเห็นใจสาวใหม่จริงๆ กับเรื่องราวดราม่าที่ต้องเจอในปีนี้ ซึ่งยังเหลืออีก 3 เดือนเลยทีเดียวนะถึงจะสิ้นปี

ดราม่าทั้งหมดที่เข้ามาก็มีทั้งเรื่องหนักและเบาคละเคล้ากันไป แต่ด้วยมุมมองและทัศนคติในแง่บวกของสาวใหม่ ก็ทำให้เธอสามารถข้ามผ่านดราม่าต่างๆ มาได้อย่างสง่างาม ซึ่งเธอก็เคยให้สัมภาษณ์ ถึงมุมมองเรื่องดราม่าของวันเองว่า “ถ้ามองในอีกแง่ที่ทำอะไรแล้วก็เป็นข่าวก็เพราะมีคนจับตามอง การคิดแบบนี้จะทำให้ตัวเองมีความสุข”

ที่มา:sanook

จดหมาย ด.ช.อเล็กซ์ ส่งถึงผู้นำ อยากได้เด็กซีเรียคนดังเป็นน้องชาย

จดหมาย ด.ช.อเล็กซ์ ส่งถึงผู้นำ อยากได้เด็กซีเรียคนดังเป็นน้องชาย

         เด็กชายชาวอเมริกัน วัย 6 ขวบ ได้เขียนจดหมายส่งถึงประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา พื่อเสนอตัวและรับเด็กชายชาวซีเรียที่โด่งดัง เป็นสมาชิกในครอบครัว

สำนักข่าวบีบีซีรายงานว่า เด็กชายชาวอเมริกัน วัย 6 ขวบ ได้เขียนจดหมายส่งถึงประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา “บารัค โอบามา” เพื่อเสนอตัวและรับเด็กชายชาวซีเรียที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุสงครามที่กลายเป็นภาพโด่งดัง เข้าเป็นหนึ่งในสมาชิกครอบครัวของเขาเอง จดหมายของเด็กชายกลายเป็นไวรัลไปทั่วโลก

“อเล็กซ์” เด็กชายตัวน้อยจากรัฐนิวยอร์ก ได้เขียนจดหมายลายมือตัวเอง หลังจากที่ได้เห็นภาพของเด็กชายที่ใบหน้าเปรอะเปื้อนและอาบตัวคราบเลือดจากเหตุสงครามในซีเรีย โดยจดหมายฉบับนี้ได้ถูกส่งไปยังประธานาธิบดีสหรัฐ

คลิปวิดีโอที่เด็กชายได้อ่านจดหมายของตัวเอง มีการส่งต่อแชร์ไปในเฟซบุ๊กมากกว่า 60,000 ครั้ง ซึ่งมีเนื้อหาใจความว่า “เรียนถึง ท่านประธานาธิบดี ที่เคารพ ยังคงเด็กชายที่ถูกช่วยเหลือขึ้นรถฉุกเฉินที่ซีเรียได้หรือไม่ครับ? ท่านช่วยไปรับและพาเด็กคนนั้นมาอยู่ที่บ้านของเราได้ไหมครับ เรามีลูกโป่งและของเล่นรอพวกเขาอยู่ พวกเขาอยากจะต้อนรับเขาในฐานะน้องชายอีกคนหนึ่ง…”

นอกจากนี้ ทำเนียบขาว ยังได้แชร์ภาพจดหมายจริงของอเล็กซ์ที่ถูกส่งมา เป็นกระดาษเขียนลายมือจำนวน 3 หน้า จดหมายฉบับได้ส่งถึง บารัค โอบามา แล้ว เขายังกล่าวถึงจดหมายฉบับนี้ในการประชุมกลุ่มยูเอ็นด้วย ก่อนที่ประธานาธิบดีจะได้ตอบกลับเด็กชายว่า “เราก็หวังจะให้เป็นเช่นอเล็กซ์หวัง”

ทั้งนี้ จดหมายของอเล็กซ์ ยังกลายเป็นประเด็นที่คนทั่วโลกเข้ามาแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก หลายคนรู้สึกประทับใจกับความคิดของเด็กชายวัยแค่ 6 ขวบคนนี้ บางคนถึงกับหลั่งน้ำตาด้วยความเอ็นดูที่สะท้อนถึงปัญหาของมนุษยชนของชาวโลก

อย่างไรก็ตาม การเปิดรับผู้อพยพจากซีเรียยังคงเป็นข้อถกเถียงและพัฒนาต่อไปเรื่อยๆ สำหรับในปีนี้ ทำเนียบขาว เปิดเผยว่า สหรัฐฯ ได้เปิดรับผู้อพยพชาวซีเรียเข้ามาภายในประเทศราวๆ 10,000 คน และวางแผนจะเปิดรับอีกราวๆ 110,000 คน ภายในปีงบประมาณปี 2017

ที่มา:sanook

พบถนนแปลกไม่บรรจบกัน ที่ศรีราชา

พบถนนแปลกไม่บรรจบกัน ที่ศรีราชา

         พบถนนแปลกในพื้นที่อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี ทำมาแล้วไม่บรรจบกัน สองหน่วยงานทำกันคนละครึ่งทาง ผู้รับเหมาบอกถ้าจะให้บรรจบกันต้องเสียเงินทำเอง

วันนี้ (23 ก.ย. 59) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ชุมชนเนินผาสุข ถนนสายเนินแสนสุข ตำบลหนองขาม อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี พบถนนทั้งสองเส้นไม่บรรจบกัน ฝั่งหนึ่งเป็นของเทศบาลนครเจ้าพระยาสุรศักดิ์ ส่วนอีกฝั่งหนึ่งเป็นของเทศบาลนครแหลมฉบัง ซึ่งเมื่อชาวบ้านสัญจรผ่านมาตรงบริเวณนี้ ต้องหักรถหลบลงบนพื้นดิน เพื่อขึ้นไปที่ถนนอีกฝั่ง นอกจากนั้น การวางท่อระบายน้ำก็ไม่ต่อถึงกัน

ถนนสายดังกล่าวสร้างเมื่อ 3 ปีที่แล้ว โดยทางเทศบาลนครแหลมฉบังเป็นผู้สร้างขึ้นก่อน คล้อยหลังไม่กี่เดือนทางเทศบาลนครเจ้าพระยาสุรศักดิ์ ก็สร้างขึ้นแต่ก็ไม่เชื่อมต่อเป็นทางเดียวกัน

โดยทางชาวบ้านเจ้าของที่ที่ถนนเส้นนี้ตัดผ่าน บอกว่าจะยกที่ดินให้ ขอให้ผู้รับเหมา ทำถนนให้เชื่อมต่อกันได้ไหม แต่ผู้รับเหมากลับบอกว่า ทำได้ แต่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเอง จึงอยากวอนให้ผู้เกี่ยวข้อง เข้ามาแก้ไขปัญหาในเรื่องนี้ด้วย

ที่มา:sanook